• ค้นหาข่าว

    12/10/2559

    จัดเต็ม ! 10 ที่เที่ยวหน้าหนาวใกล้กรุงเทพฯ


                  หน้าหนาวที่จะถึงนี้มีใครเบื่อเดินทางไกล ๆ เพื่อไปสัมผัสไอหนาวที่ยอดดอยแล้วบ้าง ? จริง ๆ แล้วยังมีที่เที่ยวหน้าหนาวอีกเยอะแยะที่คนเมืองไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางนาน ๆ เพียงแค่ใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมง เพื่อน ๆ ก็จะได้ฟินกับอากาศหนาวไม่แพ้ยอดดอยเลยทีเดียว วันนี้เราเลยรวบรวมที่เที่ยวหน้าหนาวใกล้กรุงเทพฯ มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองเลือก สำหรับคนที่ยังไม่มีไอเดียที่เที่ยวหน้าหนาวในปีนี้กันค่ะ

     1. เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา


              "เขาใหญ่" เป็นผืนป่าที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้มักเรียกร้องให้เหล่าคนเมืองที่โหยหาธรรมชาติเข้าไปสัมผัสอยู่เสมอ ด้วยเพราะเขาใหญ่มีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต และการส่องสัตว์ เป็นต้น ยิ่งถ้าได้ไปในช่วงฤดูหนาว ยิ่งทำให้บรรยากาศของเขาใหญ่สวยงามมากขึ้นเป็นเท่าตัว ไม่น่าแปลกที่ "เขาใหญ่" จะเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ที่นักท่องเที่ยวเมืองกรุงส่วนใหญ่ให้ความสนใจ และพลอยทำให้ "ถนนธนะรัชต์" ถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ เป็นเส้นทางแห่งความสุขสำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวของทุกปี

    2. วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา


              ด้วยลักษณะภูมิประเทศของวังน้ำเขียวที่เป็นพื้นที่ราบสลับแนวเทือกเขา วังน้ำเขียวจึงได้รับอิทธิพลลมหนาวที่พัดมาจากประเทศจีนเข้าอย่างจัง มีผลทำให้อากาศของที่นี่หนาวเย็นเกือบทั้งปี แต่ฤดูหนาวของที่นี่จะเริ่มต้นประมาณเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เรียกได้ว่าหนาวกันจริง ๆ แบบไม่ต้องหนีขึ้นดอยให้เสียเวลา อีกทั้งยังมีที่พักวังน้ำเขียวให้เลือกหลากหลายสไตล์ด้วย อีกทั้งบริเวณวังน้ำเขียวยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นผาเก็บตะวัน, เขาแผงม้า, Flora Park วังน้ำเขียว หรือสวนผักปลอดสารพิษลุงไกร เป็นต้น 

     3. เขากระโจม จังหวัดราชบุรี



              ตั้งอยู่ที่หน่วย ตชด. 137 ด้านอำเภอสวนผึ้ง สมัยก่อนพื้นที่แห่งนี้จัดได้ว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยหลากหลาย แต่ปัจจุบัน "เขากระโจม" กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาบ่อย ๆ เพื่อมาสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี ถ้าหนาวนี้ยังไม่มีโปรแกรมเที่ยวไหน ขอแนะนำให้มาพิชิตเขากระโจม ด้วยเพราะลักษณะภูมิประเทศของเทือกเขาสลับซับซ้อนแต่มีระดับความสูงไม่มากนัก และจำเป็นต้องเป็นคนที่สมบุกสมบันสักเล็กน้อย เพราะการเดินทางพิชิตเขากระโจมเป็นเส้นทางแบบ Off Road แต่เมื่อขึ้นไปถึงบนยอด ทุกคนต้องตะลึงไปกับภาพความงามของทะเลหมอกตรงหน้า สมกับความเหนื่อยที่ปีนยอดเขาขึ้นมา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก กลุ่มรักษ์เขากระโจม-สวนผึ้ง

     4. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์


              "ภูทับเบิก" เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีภูมิประเทศที่สวยงามและอากาศหนาวเย็นตลอดปี และจะยิ่งหนาวมากในช่วงฤดูหนาว มาที่นี่คุณจะได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ ท่ามกลางไร่ดอกกะหล่ำปลีกว้างสุดลูกหูลูกตา ดอกนางพญาเสือโคร่ง และทะเลหมอก โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่จุดชมวิวอาคารหอดูดาวและจุดวัดอุณหภูมิภูทับเบิก ถือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจแวะเวียนมาถ่ายรูปตลอดเวลา และยังสามารถชมวิวรอบตัว 360 องศา หรือใครอยากจะกางเต็นท์พักแรม เพื่อรอชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน ที่นี่ก็มีร้านค้าและร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่โดยรอบบริเวณแห่งนั้น

     5. เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์


             ด้วยลักษณะภูมิประเทศของเขาค้อที่เป็นกลุ่มภูเขาน้อยใหญ่ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีของที่นั่นอยู่ที่ 18-25 องศาเซลเซียส ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เช่น "เขาย่า"…"ยอดเขาผาซ่อนแก้ว" และ "ยอดเขาค้อ" เป็นต้น จุดเด่นของที่นี่ที่นักท่องเที่ยวต้องทำคือการแวะชมทะเลหมอก ซึ่งอยู่บริเวณจุดชมวิวเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย และยังเป็นแหล่งศึกษาเชิงธรรมชาติ ที่นักท่องเที่ยวสามารถพบป่าเต็งรัง ป่าสน ป่าดิบ และพันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ที่แสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศที่ยังคงความสมบูรณ์บนเขาค้อ สมกับฉายานามที่ว่าเป็น "สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย"

    6. พะเนินทุ่ง จังหวัดเพชรบุรี



              หลายคนใฝ่ฝันอยากที่จะมาดูทะเลหมอกที่ "เขาพะเนินทุ่ง" สักครั้งหนึ่งในชีวิต ยิ่งในช่วงหน้าหนาวจุดชมวิวเขาพะเนินทุ่งจะถูกนักท่องเที่ยวเข้าจับจองพื้นที่ เพื่อเฝ้ารอชมทะเลหมอกที่สวยงาม ไม่อย่างนั้นถ้าเลยเที่ยงวันไปแล้ว ทะเลหมอกจะสลายหายตัวไปโดยไม่ทันได้บอกกล่าว จุดชมทะเลหมอกที่ดีที่สุดของเขาพะเนินมีอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง คือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 30 และ 36 แต่ช่วงที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดคือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป นอกจากทะเลหมอกแล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถชื่นชมดอกไม้สีสันแปลกตา และสัตว์หายากนานาชนิด

     7. อุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี


         "อุทยานแห่งชาติพุเตย" เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ภายในอุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น "ยอดเขาเทวดา" ว่ากันว่าบนจุดสุดยอดของเขาเทวดา คุณจะได้ชมทะเลหมอกที่งดงามไม่แพ้ยอดดอยที่ไหน, "ป่าสนสองใบ" นักท่องเที่ยวจะต้องทึ่งกับต้นสนที่ตั้งสูงตระหง่านเหนือศีรษะ และคอยบังแสงแดดไม่ให้เราต้องร้อนเกินไปนัก หรือ "ศาลหินกอง" มีที่มาจากพรานกะเหรี่ยงในสมัยก่อนที่ต้องการบอกกล่าวกับเจ้าที่เจ้าทาง โดยกองหินแรกเป็นการบอกกล่าวถึงการมาถึง ส่วนกองหินที่สองเป็นการบอกว่าตนเองจะลากลับ นานวันเข้าจึงกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน

     8. มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี



              ด้วยที่ตั้งของ "มวกเหล็ก" อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ระยะทาง 150 กิโลเมตร ทำให้ที่นี่เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ผู้คนนิยมมาพักผ่อน เพื่อมาสัมผัสบรรยากาศทะเลภูเขากับความหนาวเหน็บในช่วงฤดูหนาว ซึ่งก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น "น้ำตกมวกเหล็ก" มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตลอดปี และเพลิดเพลินไปกับสวนดอกไม้หลากสีสันนานาชนิด "ถ้ำดาวเขาแก้ว" ถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในประดับประดาด้วยหินงอกหินย้อย และฝูงค้างคาวที่เข้ามาพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ที่นี่ยังมีไร่องุ่นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย

    9. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี


              ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังเป็นแหล่งต้นกำเนิดของลำห้วยสำคัญต่าง ๆ ภายในมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น "เนินกูดดอย" จุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพของเทือกเขาในอำเภอทองผาภูมิ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม ทั้งยังมีลานกางเต็นท์ให้นักท่องเที่ยวนอนค้างคืนได้ "เนินช้างเผือก" ยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอทองผาภูมิ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัย ที่ต้องการขึ้นไปพิชิตความสวยงามและความยิ่งใหญ่ และ "จุดชมทิวทัศน์ กม. 12" สถานที่ที่นักท่องเที่ยวมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาที่เรียงรายกันอย่างสวยงามอีกจุดหนึ่ง

     10. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี


              เอาใจคนที่ชอบเที่ยวรูปแบบเชิงวัฒนธรรม "สังขละบุรี" เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงเต็มไปด้วยธรรมชาติ แผ่นน้ำ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งไทย มอญ และกะเหรี่ยง อากาศหนาว ๆ แบบนี้ต้องไม่พลาดเดินทอดน่องสูดไอหมอกที่สะพานมอญ หลังจากนั้นอาจแวะหาร้านกาแฟเก๋ ๆ อาศัยไอร้อนจากกาแฟสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และชมด่านเจดีย์สามองค์ชายแดนไทย-พม่า แหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญของไทย ตบท้ายด้วยการเดินเที่ยวถนนคนเดินสังขละ แวะช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน รับรองว่าช่วงเวลาทั้งหมดที่คุณได้ใช้ที่สังขละบุรี จะเป็นช่วงเวลาที่สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคุณอย่างแน่นอน

              หน้าหนาวนี้เพื่อน ๆ ก็ไม่ต้องดั้นด้นไปรับอากาศหนาวไกลที่ยอดดอยแล้ว เพราะใกล้ ๆ เมืองกรุงก็มีที่ให้เที่ยวมากมายหลากหลาย ทั้งแนวผจญภัยและเดินชิล ๆ ชมวิถีชีวิตผู้คน และถ้าได้หนีบคนรู้ใจไปด้วยนะ อากาศที่ว่าหนาวแล้ว อาจจะกลายเป็นร้อนขึ้นมาทันทีเลยก็ได้









    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น